นสพ.ท้องถิ่นชล 16 สิงหาคม 2561

 
 
 
 
 

อภิสิทธิ์เตรียมลงพื้นที่ชลบุรี 20 ตุลาคม
หาคะแนนเสียงหนุนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีก 1 สมัย

 นายสาธิต ปิตุเดชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการปฏิรูปในการเลือกหัวหน้าพรรคให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยให้สมาชิกทั่วประเทศกว่า 2 ล้านคนได้มีสิทธิ์ในการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่โดยตรง โดยผ่านแอพพิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเทคโนโลยี 4.0 โดยการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคซึ่งประกอบไปด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หมายเลข 1 นายวรงค์ เดชวิกรม หมายเลข 2 และนายอลงกรณ์ พลบุตร หมายเลข 3 และนายอภิสิทธิ์ จะเดินทางมาพบสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์พื้นที่ จ.ชลบุรี ในวันที่ 20 ตุลาคม ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี ช่วงเวลา 08.00-11.00 น. เพื่อขอเสียงสนับสนุนให้เป็นหัวหน้าพรรคต่อไป คาดว่าจะมีสมาชิกมาร่วมงานจำนวนมาก

นายสาธิตกล่าวถึงการเตรียมการของผู้ลงสมัครในพื้นที่ จ.ชลบุรี 8 เขตเลือกตั้งว่า ต้องยอมรับว่ามีอดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้ลาออก อย่างไรก็ตามทางพรรคได้มีการจัดเตรียมคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ สุจริต บางคนจบปริญญาเอกก็มี เข้ามาเสริมทีมเต็มที่ ขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมาก แต่ก็ต้องรอให้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงจะประกาศผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง แต่ขอยืนยันว่า จ.ชลบุรีเปรียบเสมือนกำลังหลักของพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเคยมี ส.ส.ถึง 8 คน และระบบบัญชีรายชื่ออีก 1 คน ทางพรรคถือว่า จ.ชลบุรี เป็นที่ฐานที่มั่นสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์อีกพื้นที่หนึ่ง

 

เปิดตัวแล้วท้องถิ่นชล ทีวี ออนไลน์ พร้อมเสนอข่าวสารเพื่อสังคม

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานท้องถิ่นชล ทีวี ออนไลน์ บ้านสวนคูณ 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี นายสง่า ธนสงวนวงศ์ อดีตเลขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เดินทางมาร่วมงานทำบุญบ้าน พร้อมเปิดสำนักงานท้องถิ่นชล ทีวี ออนไลน์ โดยมีนายกันตภณ สุขุมาลินทร์ นายณภัทร์ ขุนนากลัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ การเมืองเรื่องต้องรู้ ซึ่งจะเสนอข่าวสารเกี่ยวกับการจับประเด็นการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ที่เกิดปัญหามาไขข้อกังขาพร้อมประกอบกับกฎหมาย และวิพากษ์วิจารณ์ ให้การต้อนรับ

ในการงานทำบุญบ้าน พร้อมเปิดสำนักงานฯในครั้งนี้ ได้นิมนต์พระจากวัดเมืองใหม่มาฉันเพล นอกจากนี้ยังได้มี นายกุลวัชร หงษ์คู ประธานบริษัท แพนฟู้ด จำกัด นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา รวมทั้งเพื่อนสนิทมิตรสหาย สื่อมวลชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีอีกด้วย

นายณภัทร์ ขุนนากลัด กล่าวว่า จุดกำเนิดของข่าวท้องถิ่นชล ทีวี ออนไลน์ เริ่มมาจากหนังสือพิมพ์ “ท้องถิ่นชล” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของคนท้องถิ่น จ.ชลบุรี ได้ก่อกำเนินมานานกว่า 10 ปีแล้ว ออกทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน แต่ยุคปัจจุบันโลกโซเชียลได้เข้ามามีบทบาท มีการเสนอข่าวทางไลน์ ทางเฟซบุ๊ก ทำให้มีการเสนอข่าวอย่างรวดเร็ว ทันใจผู้เสพข่าวสาร ทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จึงได้ปรับรูปแบบการนำเสนอข่าว เพื่อให้ทันกับความต้องการของประชาชน โดยจะมีการนำเสนอข่าวสารในรูปแบบข่าวรายวัน รวมทั้งคลิปวิดิโอ เพื่อให้เห็นภาพเสมือนเจอกับเหตุการณ์จริง รวมทั้งการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญเกี่ยวข้องกับข่าว และการนำเสนอสาระน่ารู้เกี่ยวกับการเมืองระดับชาติ และระดับท้องถิ่น รายการชวนชิมริมทาง ตามสโลแกนที่ว่า “สื่อท้องถิ่น เพื่อคนท้องถิ่นทั่วประเทศ” สามารถติดตามได้ที่ www.ท้องถิ่นชล.com

 

แม่ค้าข้าวมันไก่โอดโจรชลบุรีเยอะลักถังแก๊สคืนเดียว 3 ถังรวด

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม น.ส.อรอนงค์ บุญอินทร์ แม่ค้าขายข้าวมันไก่เซียมซี ไก่ย่าง 5 ดาว และลูกชิ้นโกเด้ง อยู่ในซอยสุริยา หมู่ 1 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวว่า ตนขายข้าวมันไก่เซียมซี ไก่ย่าง 5 ดาว และลูกชิ้นโกเด้ง ปรากฏว่าช่วงตีสามของคืนที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้เข้ามาในร้าน หลังจากนั้นได้ใช้คีมเหล็กตัดโซ่ที่คล้องถังแก๊สไว้ทั้งหมด 3 ถัง ราคาประมาณ 8,000 บาท หลังจากนั้นได้ขโมยถังแก๊สไปทั้งหมด ซึ่งได้แจ้งตำรวจ สภ.เสม็ดเข้ามาตรวจสอบแล้ว เพื่อหาเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว

น.ส.อรอนงค์กล่าวว่า ช่วงนี้ยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ดี คนร้ายชุกชุมตำรวจก็มีงานมาก ทุกคนต้องระมัดระวังกันเอง แม้กระทั่งตนได้พยายามใช้โซ่ขนาดใหญ่ล็อคด้วยแม่กุญแจแล้วก็ตาม คนร้ายยังตัดเอาไปได้ ทุกคนต้องพึ่งตัวเองแล้ว ระมัดระวังกันให้ดี ช่วงนี้โจรมีจำนวนมาก ตนเองก็ต้องเดือดร้อนเหมือนกัน เพราะต้องหาเงินไปซื้อถังแก๊สใหม่ เลยต้องหยุดขายไป 1 วัน


ลักปั๊มน้ำแม่ค้าข้าวขาหมู โกรธจัดด่ากราดโจรพิการทางปัญญา

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 21 สิงหาคม ดาบตำรวจ ธนากร ศรีบาล ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งว่ามีเหตุโจรลักขโมยปั๊มน้ำร้านขายข้าวขาหมูน้องพร้อม ตั้งอยู่ริมถนนสายคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ขาไปพัทยา หมู่ 7 ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ น.ส.พรทิพย์ สีหาแก้ว อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62 ถ.สุรศักดิ์ ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา เป็นเจ้าของร้านยืนรอด้วยอาการกระวนกระวายใจ เนื่องจากปั๊มน้ำถูกขโมยไป ทำให้ขาดเครื่องมือสำคัญในการทำอาหาร จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ถอดปั๊มน้ำและยกขึ้นรถจักรยานยนต์เอาไป ซึ่งตำรวจจะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

น.ส.พรทิพย์ ผู้เสียหายกล่าวว่า ตนเพิ่งมาเซ้งร้านเพื่อขายอาหาร ช่วงตี 2 ที่ผ่านมายังปั๊มน้ำใส่ตุ่มอยู่เลย หลังจากนั้นได้ออกไปตลาดกลับมาอีกครั้ง ปั๊มน้ำหายไปแล้ว ราคาประมาณ 5,000 บาท เดือดร้อนมาก เพราะไม่มีน้ำใช้ ก็คงต้องหาวิธีการแก้ไขต่อไป อยากจะฝากโจร คนแขนขาด ขาขาด ตาบอด ยังมีปัญญาทำมาหากินช่วยเหลือตัวเองได้ แต่มือเท้าดีๆ มาลักขโมยถือว่าพิการทางปัญญาจริงๆ

ดาบตำรวจ ธนากร ช่วงคืนที่ผ่านมาได้ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจผ่านมาเหมือนกัน พบมีรถจักรยานยนต์จอดอยู่เหมือนกัน คิดว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของวัยรุ่นแต่ไม่เอะใจ คิดว่าจะเป็นโจร คงจะต้องไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนร้ายอีกครั้งหนึ่ง ช่วงนี้ยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ดีโจรผู้ร้ายเยอะ กำลังตำรวจก็น้อย ต้องระมัดระวังตัวกันและช่วยกันตรวจสอบด้วย ส่วนโทษลักเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านนั้นโทษหนักมาก.


คนชลบุรีแห่ซื้อทองหลังราคาตกต่ำในรอบหลายปี

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ ร้านทองแต้ฮุยล้ง ถนนสาครพิทักษ์ เขตเทศบาลเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้มีประชาชนต่างทยอยมาซื้อทอง เนื่องจากราคาตกต่ำเหลือบาทละ 18,600 บาท ทำให้ประชาชนที่พอมีเงินต่างเดินทางมาซื้อทองเก็บ บางคนมีเงินมากหน่อยซื้อ 2 บาท หรือคนมีเงินน้อย และไม่เคยใส่ทองมานานก็ยังเก็บเงินมาซื้อทอง 1 สลึง รวมค่ากำเน็จแล้วตกประมาณ 5,000 บาท จึงเป็นโอกาสทองของประชาชนที่มีรายได้น้อยจะได้สัมผัสสร้อยคอทองคำ หรือแหวนทองคำราคาถูก เพราะที่ผ่านมาราคามีแต่ขึ้นถึงบาทละ 22,000-24,000 บาท

น.ส.พัชรเลศ การทอง พนักงานขายทองกล่าวว่า ช่วงนี้ราคาทองคำตกทำให้ประชาชนต่างเดินทางมาซื้อทองไปใส่ หรือเก็บไว้เก็งราคา เพราะที่ผ่านมาราคาทองสูงมาก 22,000-24,000 บาท แต่ขณะนี้เหลือ 18,000 บาทเศษ ยอมรับว่าประชาชนเข้ามาร้านทองมากผิดปกติ

นางบุญยืน ลิ้มภักดี แม่ค้าขายขนมตาล วัดเขาเชิงเทียนเทพาราม อ.เมืองชลบุรีกล่าวว่า เห็นทองราคาถูกจึงได้เดินทางมาซื้อแหวนทอง 1 สลึง 1 วง ราคาประมาณ 5,000 บาท ดีใจที่ทองลง จะได้เป็นเจ้าของแหวงทองกับเขาบ้าง.



ส.ท.เมืองบ้านสวนชิงลาออกกรณีอมเงินวิ่งการกุศลโรงพยาบาลชลบุรี

กรณีที่มีเสนอข้อมูลทางโลกโซเชียล และการเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีที่นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงานวิ่งการกุศล เพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม โดยมีนายวรเชษฐ์ เอมเปีย ( เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโร่ ) ร่วมวิ่งเพื่อหารายได้ช่วยเหลือโรงพยาบาลดังกล่าว หลังจากนั้นได้ให้พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์นำเครื่องมาตรวจนับเงิน ปรากฏว่าได้เงินทั้งสิ้น 401,500 บาท การตรวจนับเงินเสร็จสิ้นเวลา 21.00 น.ของวันดังกล่าว ธนาคารไม่สามารถรับเงินฝากได้ จึงมอบให้กับนายวรเชษร์ และตัวแทนโรงพยาบาลชลบุรี แต่ถูกปฏิเสธการรับมอบเงิน และได้มีสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวนคนหนึ่ง ได้เสนอตัวขอรับมอบเงินและจะส่งมอบให้กับโรงพยาบาลชลบุรีในวันต่อไป ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่ได้มีการมีการมอบเงินแต่อย่างใด จนกระทั่งได้มีการทวงถามสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวนหลายครั้ง จึงได้นำเงินมาคืนให้ 200,000 บาท ยังขาดอีก 201,500 บาท และได้เงียบหายไป จนกระทั่งมีการทวงถามในโลกโซเชียล ทำให้เกิดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ถึงการวิ่งการกุศลดังกล่าว

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 17 สิงหาคม ที่เทศบาลเมืองบ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี นายโอภาส คุณากรธำรง ประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน ได้เป็นประธานในการประชุมสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน หลังเปิดการประชุมได้ชี้แจงเกี่ยวกับนายจักรกฤษ บุญเกิด หรือ ส.ท.ต้น สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาเทศบาลฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา จากกระแสข่าวเกี่ยวกับกรณีที่ไม่ยอมคืนเงินวิ่งการกุศลจำนวนหนึ่ง เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลชลบุรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางด้านนายจักรวาล ตั้งประกอบ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านสวนได้ดำเนินการมีหนังสือด่วนที่สุดรายงานให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ รวมทั้งได้ดำเนินการได้มีหนังสือให้ทางสภาเทศบาลเมืองบ้านสวนดำเนินการตามกฎระเบียบ และกฎหมายของเทศบาลเกี่ยวกับกรณีสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวนคือนายจักรกฤษ ซึ่งตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ต่อมานายจักรกฤษได้ลาออกจากสมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านสวน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมเช่น จึงได้มีการรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีรับทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภายหลังจากที่นายจักรกฤษลาออกจากสมาชิกสภาเทศบาลฯแล้ว ทางประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านสวนขอให้ยุติเรื่องดังกล่าว และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วนทางด้านนายจักรกฤษนั้น ยังเก็บตัวเงียบ และไม่ยอมออกมาเปิดเผยข้อมูลกับทางสังคมแต่อย่างใด.


แม่ตกงานคิดมากสร้างภาระให้ครอบครัวผูกคอดับ

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.ท.ทรงพล ทองทาบ สารวัตรเวร สภ.ดอนหัวฬ่อ รับแจ้งว่ามีคนผูกคอเสียชีวิตที่ บ้านเลขที่ 99 / 854 หมู่บ้านแฟมิลี่แลนด์ หมู่ 12 ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพบนางอรภา พิมมา อายุ 47 ปี ได้ใช้ผ้าขาวม้าและสายไฟผูกคอกับเหล็กดัดหน้าต่าง เสียชีวิตมาแล้วไม่ประมาณ 6 ชั่วโมง ตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด จึงได้แก้ผ้าขาวม้าออกมาจากลูกกรงเหล็กและได้นำส่งโรงพยาบาลชลบุรี เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง

จากการสอบถามนายวีระยุทธ์ พิมมา ลูกชายวัย 20 ปีกล่าวว่า จดหมายที่แม่เขียนทิ้งไว้ก่อนตาย บอกว่าไม่อยากให้เป็นภาระกับทุกคน และวันแม่ ได้เข้าไปกราบแม่ ซึ่งแม่ยังพูดกับตนว่า แม่รักแบ๊งค์นะ แต่ไม่คิดเอะใจแต่อย่างใด ปกติแม่ไม่มีโรคประจำตัวคาดว่า อาจจะคิดมากที่ไม่มีงานทำสร้างภาระให้กับครอบครัวจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายดังกล่าว.


หลอกขายรถเก๋งทางเฟซบุ๊กหนุ่มอยากได้ถูกหลอก 2.5 หมื่น

นายณรงค์ศักดิ์ ขุนอาจ อายุ 38 ปี ได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เมืองชลบุรี หลังจากถูกหลอกขายรถเก๋งทางเฟซบุ๊กสูญเงินไป 25,000 บาท โดยนายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า พบเฟซบุ๊ก "ขวัญ ลิชชิ่ง" ประกาศขายรถเก๋งมิตซูบิชิ สีขาว รุ่นอีคาร์ 4 ในราคา 25,000 บาท จึงเกิดความสนใจและอยากได้ จึงได้ติดตามทางเฟซบุ๊กและไลน์ จนกระทั่งตกลงกันได้ โดยทางผู้ขายได้เรียกเงินมัดจำ 3,000 บาท จึงได้โอนให้ไป

ต่อมาจะได้มีการนัดส่งมอบรถกันในวันที่ 11 สิงหาคม ที่สถานีขนส่งชลบุรี ผู้ขายได้ให้โอนเงินที่เหลือและยืนยันว่ากำลังนำรถมาส่งที่ จ.ชลบุรีทั้งหมด 3 คัน และได้นำขึ้นรถเพื่อขนส่งมาที่ชลบุรีแล้ว จึงเชื่อใจเนื่องจากซื้อรถผ่านทางเฟซบุ๊กหลายครั้งไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จึงโอนไปให้อีก 22,000 บาท ปรากฏว่ารอแต่ไม่มีรถมาส่งที่ชลบุรีแต่อย่างใด จึงได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ ทางเฟสบุ๊กปรากฏว่าถูกบล็อกทั้งหมด จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว จึงได้มาแจ้งความดังกล่าว นอกจากนี้จากการประสานงานกับผู้ที่อยู่ในเฟสบุ๊กทราบอีกว่ามีผู้หลอกให้ซื้อรถคันเดียวกับตนอีก 5-6 ราย บางคนสูญเงินถึง 80,000 บาท จึงอยากให้ตำรวจจับกุมเจ้าของเฟสบุ๊กที่หลอกลวงดังกล่าวมาดำเนินคดีด้วย เพื่อคนอื่นจะไม่เดือดร้อนจากการถูกหลอกอีก.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
จำนวนผู้ชม
AmazingCounters.com
คน